เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา เครื่องมือที่ใช้ในด้านของอุตุนิยมวิทยา คืออะไร และใช้ประโยชน์ในด้านใด

“อุตุนิยมวิทยา” คือศาสตร์ทีว่าด้วยเรื่องของ สภาพอากาศ ภูมิอากาศ การจะรวมถึงการเกี่ยวข้อง และ การวิเคาระห์สภาพอากาศ หรือ การพยากรณ์อากาศด้วยเช่นกัน โดยอุตุนิยมวิทยานั้น เป็นองกรณ์ที่พึ่งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์พอสมควรในการพยาการณ์ และ การคาดเดาสภาพอากาศ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเครื่องมือเหล่านั้น ที่ถูกเรียกเรียกว่า “เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา” กันให้มากขึ้นดีกว่าครับ เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา คืออะไร ? เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา คือเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ ตรวจสอบ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานอุตุนิยมวิทยา  ซึ่งเครื่องมืออุตุนิยมวิทยา นั้นสำคัญอย่างมากงานของอุตุนิยมวิทยา เพราะเป็นเครื่องที่ช่วยชี้วัด และ ควบคุมปัจจัยสภาพพยากรณ์อากาศต่าง ๆ พร้อมทั้งตัวแปรต่าง ๆ ที่จะทำให้การควยคุม หรือ พยาการณ์อากาศ พร้อมกับข้อมูล และ ตัวแปรที่อาจจะทำให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลง โดยตัวแปรนั้นมีหลากหลายประเภท เช่น ความชื้นในอากาศ ออกซิเจนในอากาศ หยาดน้ำฝน ทิศทางและความเร็วของลม เป็นต้น  เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา มีอะไรบ้าง ?  รู้จักกับ เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา ในเบื้องต้นไปแล้ว เดี๋ยวในส่วนตัวไปเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครื่องมืออุตุนิยมวิทยากันนะครับ ว่าจะมีมืออะไรบ้าง ?  บารอมิเตอร์ […]

Homework “การบ้าน” ในยุคนี้ยังจำเป็นอยู่ไหม?

ในอดีตสำหรับคนส่วนใหญ่ก็คงจะไม่มีใครที่ไม่เคยสัมผัสหรือทำในสิ่งที่เรียกกันว่าการบ้าน แล้วก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะมีคนโดนตีเนื่องจากไม่ยอมทำการบ้านเพราะอยากที่จะรีบไปเล่นกับเพื่อนๆ แถวบ้าน ทั้งนี้ในอดีตเรื่องของการทำการบ้านก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะคุณครูต้องการที่จะให้เด็กๆ ได้ทบทวนบทเรียน การให้การบ้านจึงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เด็กๆ ได้ทบทวนบทเรียนได้อย่างสะดวก แต่ถ้าหากพูดถึงในยุคปัจจุบัน ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังค่อยๆ เฟื่องฟู เด็กๆ เริ่มเรียนพิเศษมากกว่าเรียนภายในห้องเรียน ก็เริ่มจะมีข้อสงสัยกันเกิดขึ้นแล้วว่า“การบ้าน” ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นในยุคนี้อยู่หรือไม่ เพราะว่าในอดีตเด็กๆ หลังเลิกเรียนก็คงจะออกมาวิ่งเป็นแต่ในปัจจุบันแม้แต่เด็กตัวเล็กๆ หลังเลิกเรียนก็ยังต้องไปเรียนพิเศษ กว่าจะกลับบ้านมาก็ดึก แล้วยังต้องทำการบ้านของโรงเรียนต่อ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงการบ้านอาจจะเป็นตัวช่วยทบทวนที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายมากเกินไปหรือเปล่า โดยเรื่องของการทำการบ้านเหล่านี้เองก็กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าควรยกเลิกหรือไม่ เนื่องจากว่าเสียงของคุณครูถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ซึ่งฝ่ายหนึ่งก็มองว่าการให้การบ้านต่อเด็กๆ เป็นสิ่งที่ดีเพราะการบ้านจะเป็นตัวช่วยเรียบเรียงความรู้และเสริมสร้างกระบวนความคิดให้กับเด็กๆ มากยิ่งขึ้น การที่เด็กๆ จะยอมเสียเวลามาทำสักเล็กน้อยก็ดูเป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร ในขณะที่อีกฝ่ายกลับมองว่าการให้การบ้านกับเด็กนักเรียนเป็นการทรมานเด็กและทำให้เด็กๆ ไม่มีเวลาว่าง มีเวลาพักผ่อนน้อยลงอีกด้วย แต่หากให้พูดถึงแล้วการบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนได้ทำการทบทวนบทเรียนซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่ควรจะมี แต่ทั้งนี้ทางเราก็มองว่าคุณครูสามารถสั่งการบ้านได้แต่ก็ไม่ควรที่จะมีอยู่ใปริมาณมากจนเกินไปจนเด็กๆ ไม่มีเวลาพักผ่อน สิ่งที่คุณครูต้องทำก็เพียงแค่ลดปริมาณการบ้านให้น้อยลง และอาจจะให้เด็กๆ ได้ลองทำแบบฝึกหัดภายในห้องมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักกับเนื้อหาและบทเรียนภายในห้องและหากมีปัญหาหรือสงสัยในเรื่องอะไรก็สามารถถามคุณครูภายในห้องเรียนได้เลย ถือว่าเป็นการเพิ่มบทบาทของคุณครูที่โรงเรียนให้มีความสำคัญที่มากขึ้นและอาจจะให้มากกว่าคุณครูที่ทำการสอนพิเศษอีกด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการจัดการเรียนการสอนแบบตั้งคำถามแต่ไม่มีการบ้านเพื่อให้เด็กๆ ได้คิดและพัฒนาตนเอง แถมคุณครูก็จะได้รู้ ณ ตอนนั้นเลยว่าเด็กๆ เข้าใจในเนื้อหาหรือไม่ ดีกว่าการให้การบ้านกองพะเนินแต่เด็กๆ เรียนไม่เข้าใจเป็นไหนๆ

หัวใจสำคัญของการเรียนแบบไฮสโคป การเรียนการสอนแบบมุ่งเน้นการลงมือทำ

รูปแบบการเรียนรู้นยุคนี้มีมากมาย แต่ละรูปแบบต่างก็ถูกออกแบบและพัฒนามาเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ดีขึ้น รูปแบบของการเรียนการสอน แบบไฮสโคป กำลังเป็นรูปแบบการเรียนและการสอนที่มีความน่าสนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นเรื่องของการลงมือทำผ่านกิจกรรมที่หลากหลายอีกทั้งยังมีสื่อการสอนและการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาในตัวเด็กโดยที่ครูผู้สอนจะปล่อยให้เด็กริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่างๆได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง ซึ่งหลักการเรียนการสอนแบบนี้มีแนวคิดมาจากทฤษฎีทางจิตวิทยาของเพียเจต์ ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาทางสติปัญญาที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ และนักเรียนจะได้ลงมือสร้างสรรค์ความรู้เองโดยใช้กระบวนการสร้างสรรค์การเรียนรู้ผ่านการกระทำกิจกรรมต่างๆของตัวเองและมีการประเมินผลงานอย่างมีแบบแผนอีกด้วย หัวใจสำคัญของการเรียนแบบไฮสโคป สิ่งสำคัญของการเรียนรู้แบบไฮสโคปให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุดมีหัวใจสำคัญ 3 ประการได้แก่ การวางแผน  ซึ่งในการเรียนการสอนนั้นจะมีการให้เด็กกำหนดแนวทางในการปฏิบัติหรือทำกิจกรรมรวมไปถึงวางแผนการทำงานตามที่ได้รับมอบหมายหรือทำตามในสิ่งที่ตัวเองสนใจโดยอิสระ ซึ่งครูผู้สอนจะต้องเปิดโอกาสให้เด็กสนทนากับครูหรือมีการสนทนากับเพื่อนร่วมกลุ่มภายในชั้นเรียนเพื่อวางแผนแลกเปลี่ยนสำหรับการทำกิจกรรมได้อย่างเหมาะสมซึ่งแน่นอนว่าในกระบวนการนี้เด็กทุกคนต้องมีส่วนในการวางแผนว่าจะทำอะไรไม่ทำอะไรอย่างไรและทุกคนจะต้องมีโอกาสในการเลือกและตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งกระบวนการนี้จะมีการบันทึก รูปแบบกิจกรรมด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็กกระบวนการเรียนรู้ด้วยการวางแผนเหล่านี้จะส่งเสริมความรู้สึกมั่นใจในตัวเองการควบคุมตัวเอง อีกทั้งยังทำให้เด็กมีความสนใจในการเรียนสนใจในกิจกรรมที่ตัวเองได้เป็นผู้ริเริ่มนอกจากนี้แล้วเขายังจะมีความภูมิใจในตัวเองมากอีกด้วย การปฏิบัติ  เป็นการเรียนรู้โดยให้เด็กลงมือทำกิจกรรมตามแผนงานที่วางเอาไว้ได้อย่างอิสระเสรีแต่อาจจะมีกรอบเวลาเป็นตัวกำหนดโดยมุ่งเน้นรูปแบบการทำกิจกรรมให้เด็กได้ช่วยกันคิดทดลองทำและทดลองหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีจุดมุ่งหมายและเป้าประสงค์ที่ชัดเจนการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัตินั้นจะช่วยให้เด็กได้เกิดประสบการณ์ค้นพบความคิดใหม่ๆโดยที่สุดจะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ชี้แนะและให้คำปรึกษามากกว่าที่จะลงมือทำหรือจัดการด้วยตัวเองเพื่อให้เกิดผลสำเร็จหลังจากนั้นจะมีการทบทวนการทำกิจกรรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น กระบวนการสะท้อนผลงานของตัวเอง  เป็นกระบวนการที่ทำให้เด็กได้ลงมือทำผ่านการพูดคุยหรือแสดงผลต่างๆ หรือพรีเซ้นตัวเองว่าได้ปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางเอาไว้หรือไม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพราะเหตุใดมีจุดประสงค์ด้วยเรื่องใดเพื่อให้เด็กได้รู้จักกระบวนการคิดและวางแผนไปสู่การปฏิบัติงานให้ได้ตามวัตถุประสงค์มากที่สุดรวมถึงการฝึกการเล่าประสบการณ์ต่างๆที่ได้ลงมือทำด้วยตัวเองสิ่งต่างๆเหล่านี้จะเป็นกระบวนการฝึกการคิดและการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลให้กับตัวเด็กเป็นอย่างมากเลยล่ะ