เทคนิคเรียนคณิตศาสตร์ 5 เทคนิคเรียนคณิตศาสตร์อย่างไรให้เข้าใจด้วยตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นการเรียนวิชาไหนต่างมีเทคนิคขั้นพื้นฐานคล้ายๆกัน นั่นคือ การทบทวนการอ่าน การท่องจำอย่างสม่ำเสมอ วิชาคณิตศาสตร์เองก็ไม่ต่างกัน แต่จะมีความพิเศษเพิ่มขึ้นนอกจากท่องจำอยู่หน่อยคือ การฝึกสกิลในการแก้ปัญหา มาทำความเข้าใจก่อนว่าวิชาคณิตศาสตร์นั้นมีเมนหลักคือการแก้โจทย์สมการ เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าคงไม่สามารถหลุดพ้นสมการยาก ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เราควรจะทำเลย คือ การฝึกทำโจทย์บ่อยๆ ซึ่งพวกเราได้รวบรวมข้อมูลดีๆ มาฝากว่าเทคนิคในการพัฒนาการทำสูตรมีอะไรบ้าง เริ่มที่ข้อแรกกันเลย

ข้อที่ 1 ห้ามมองข้ามนิยามเป็นอันขาด

ก่อนจะลงมือปฏิบัติได้ เราต้องเรียนทฤษฎีให้เข้าใจก่อน ซึ่งทฤษฎีนี้แหละที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าเรามีความเข้าใจในการลงมือปฏิบัติได้มากแค่ไหน ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจให้ได้อย่างถ่องแท้ก่อน หลังจากนั้นการปฏิบัติที่ดีก็จะตามมาเอง คือ คุณจะสามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ข้อที่ 2 หัดท่องจำสูตร และหัดใช้ให้เป็น

สูตรคณิตศาสตร์มีมากหลายร้อยหลายพัน แต่จะมีหลักๆแค่ไม่กี่สูตรเท่านั้นที่นำมาปรับใช้ในแขนงวิชาอื่น ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องจำสูตรเหล่านั้นให้ได้ เพื่อที่คุณจะได้เกิดการนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง หรือคุณอาจจะนำสูตรมาประยุกต์ใช้บ่อยๆ ทำเช่นนี้ก็จะสามารถทำให้คุณจำสูตรได้แม่นเช่นกัน

ข้อที่ 3 เรียนรู้ด้วยตัวเอง

คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่คุณจะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เพราะการแก้โจทย์ปัญหาในห้องสอบ คุณจะต้องแก้ด้วยตัวของคุณเอง ดังนั้น การที่คุณทบทวน และฝึกทำโจทย์ ตลอดจนถามคำถามอาจารย์อย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ได้มากไปด้วย แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นจะต้องหาคำตอบเองไปเสียหมด หากคุณไม่มั่นใจการถามอาจารย์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการหาข้อมูล

ข้อที่ 4 การปรับใช้

เมื่อคุณเกิดการนำคณิตศาสตร์เข้ามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันบ่อยๆ คุณก็จะรู้จักวิธีการปรับเปลี่ยนโจทย์ที่จะส่งผลให้คุณสามารถทำโจทย์ได้ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น การที่คุณจะทำเช่นนี้ได้ คุณจะต้องฝึกทบทวน และฝึกแก้โจทย์ปัญหาบ่อยๆ ถึงจะสามารถค้นพบเทคนิคที่จะช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น

ข้อที่ 5 สุขทำให้เป็นวินัย

คุณควรจัดตารางเวลาในการฝึกทำโจทย์ข้อสอบต่างๆ กำหนดเวลาว่าในหนึ่งวันคุณจะฝึกทำโจทย์คณิตศาสตร์กี่ชั่วโม และตั้งเวลาด้วยว่าควรทำข้อสอบภายในเวลาเท่าไหร่เป็นการวัดประสิทธิภาพในการแก้โจทย์ปัญหา และความรวดเร็วในการแก้โจทย์ปัญหาของคุณ การทำเช่นนี้จะทำให้คุณรู้ว่าตัวเองมีข้อบกพร่องตรงไหน ทำช้าหรือไม่แล้วควรจะเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้โจทย์ปัญหาตรงไหนของตัวเองได้บ้าง จากนั้นก็พัฒนาตนเองให้เก่งขึ้นโดยการแก้ไขจุดบกพร่อง เพื่อให้เวลาสอบจริงคุณสามารถทำข้อสอบได้เร็วและถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้นนั่นเอง